คู่มือการใช้งานระบบ Issue Log Platform

คู่มือนี้ครอบคลุมตั้งแต่การเข้าสู่ระบบครั้งแรก การลงทะเบียน Two-Factor Authentication (MFA) ไปจนถึงการใช้งานฟีเจอร์ทั้งหมดตามบทบาท (Role) ของท่าน พร้อมภาพประกอบจากการใช้งานจริง — เลือกบทบาทของท่านด้านล่างเพื่อดูขั้นตอนที่เกี่ยวข้อง

สารบัญ

1. เข้าสู่ระบบครั้งแรก และลงทะเบียน MFA (ทุก Role)

ทุกบัญชีผู้ใช้งานในระบบนี้ต้องเปิดใช้งาน Two-Factor Authentication (MFA) ก่อนจึงจะเข้าใช้งานหน้าจอหลักได้ ไม่ว่าจะเป็น Role ใดก็ตาม — ขั้นตอนนี้ทำเพียงครั้งเดียวตอน Login ครั้งแรกของบัญชีนั้นๆ (ผู้ดูแลระบบเป็นผู้สร้างบัญชีและกำหนดรหัสผ่านเริ่มต้นให้)

ขั้นตอน 1.1 — เปิดเว็บไซต์ระบบ ใส่ Email และ Password ที่ผู้ดูแลระบบ (Admin) สร้างให้ แล้วกด Sign In
หน้าจอ Sign In

หน้าจอ Sign In เปล่า — Email/Password ที่ใช้คือบัญชีที่ Admin สร้างไว้ให้ในระบบ

กรอก Email และ Password แล้ว

กรอก Email และ Password ครบแล้ว พร้อมกด Sign In

หากกรอก Email หรือ Password ไม่ถูกต้อง ระบบจะแสดงข้อความ "Invalid email or password." สีแดงใต้ช่องกรอก — ให้ตรวจสอบตัวพิมพ์เล็ก/ใหญ่และช่องว่างที่อาจติดมาจากการ copy-paste
ขั้นตอน 1.2 — เมื่อ Login สำเร็จครั้งแรก (ยังไม่เคยลงทะเบียน MFA) ระบบจะแสดงหน้าจอ "Enable Two-Factor Authentication" ทันทีโดยอัตโนมัติ พร้อม QR Code เฉพาะของบัญชีท่าน — ให้เปิดแอป Authenticator บนมือถือ (เช่น Google Authenticator, Microsoft Authenticator, Authy หรือแอป TOTP อื่นๆ) แล้วสแกน QR Code นี้

หากสแกนไม่ได้ (เช่น ใช้คนละเครื่อง) ให้กดลิงก์ "Can't scan? Enter this key manually" เพื่อดู Secret Key แบบตัวอักษร แล้วพิมพ์เพิ่ม Account ในแอป Authenticator ด้วยตนเอง

หน้าจอลงทะเบียน MFA พร้อม QR Code

หน้าจอ Enable Two-Factor Authentication — สแกน QR Code ด้วยแอป Authenticator

ขั้นตอน 1.3 — แอป Authenticator จะแสดงรหัส 6 หลักที่เปลี่ยนทุก 30 วินาที ให้พิมพ์รหัสปัจจุบันลงในช่องยืนยัน แล้วกด Confirm & Enable
กรอกรหัส 6 หลักเพื่อยืนยัน

กรอกรหัส 6 หลักจากแอป Authenticator แล้วกด Confirm & Enable

หากพิมพ์รหัสไม่ทันภายใน 30 วินาที หรือรหัสไม่ถูกต้อง ระบบจะแสดง error ใต้ช่องกรอก — ให้ดูรหัสชุดใหม่จากแอป Authenticator แล้วลองพิมพ์อีกครั้ง (ไม่ต้องสแกน QR Code ใหม่)

2. อายุของ Session และการ Login ซ้ำ (ทุก Role)

เพื่อความปลอดภัย ระบบกำหนดให้ Session ที่ Login ค้างไว้มีอายุ 24 ชั่วโมง นับจากเวลาที่ Login สำเร็จครั้งล่าสุด (ไม่ใช่นับจากเวลาที่ใช้งานล่าสุด) เมื่อครบกำหนด ระบบจะแสดงข้อความ "Your session has expired. Please sign in again." และพากลับไปหน้า Sign In โดยอัตโนมัติ

3. ส่วนประกอบของหน้าจอหลัก: Header / Menu / Page (ทุก Role)

หลัง Login สำเร็จ หน้าจอจะแบ่งเป็น 3 ส่วนเหมือนโปรแกรมทั่วไป:

ภาพรวมหน้าจอหลัก Header / Menu / Page

ภาพรวมหน้าจอหลัก (ตัวอย่างของ Admin ที่หน้า Project Dashboard)

3.1 ซ่อน/แสดงเมนู

กดปุ่ม ☰ ที่มุมซ้ายบนของ Header เพื่อซ่อนเมนู ทำให้พื้นที่ Page กว้างขึ้น (เหมาะกับตารางที่มีหลายคอลัมน์) กดอีกครั้งเพื่อแสดงเมนูกลับมา ระบบจะจำสถานะที่ท่านเลือกไว้ในเครื่องที่ใช้งาน สำหรับหน้าจอขนาดเล็ก (เช่น มือถือ) เมนูจะซ่อนอยู่ในตอนเริ่มต้นและเปิดขึ้นมาทับหน้าจอเมื่อกดปุ่ม ☰ แล้วปิดเองหลังจากเลือกหน้าจอ

3.2 เมนูชื่อผู้ใช้ (Reset Password / Logout)

กดที่ชื่อของท่านมุมขวาบนของ Header จะมีรายการเมนูย่อยให้เลือก:

เมนูชื่อผู้ใช้ในส่วน Header

กดที่ชื่อผู้ใช้เพื่อเลือก Reset Password หรือ Logout (ปิดเมนูโดยกดที่อื่น หรือกดปุ่ม Esc)

หากท่านมีงานที่ต้องดำเนินการ (My Active Tasks) จะมีไอคอนกระดิ่งสีแดงกระพริบแสดงอยู่ด้านหน้าชื่อผู้ใช้ กดที่กระดิ่งเพื่อไปที่หน้า Personal Dashboard ได้ทันที

4. คู่มือสำหรับ Role: Admin

Admin คือผู้ดูแลระบบ มองเห็นเมนูครบทุกส่วน: Project Dashboard, Personal Dashboard, Issues Log, Project Security, Master Setup, User Tracking Dashboard

เมนูของ Admin

เมนู (Menu) ด้านซ้ายที่ Admin มองเห็นทั้งหมด

4.1 Issues Log — ดูและจัดการ Issue ทั้งหมด

Admin เห็น Issue ทุกรายการในทุกโครงการที่ตนมีสิทธิ์เข้าถึง (กำหนดผ่าน Project Security) หน้าจอนี้มีความสามารถดังนี้:

กดที่ ID ของ Issue (ตัวหนังสือสีเขียว) เพื่อเปิดหน้าจอ Edit Issue แบบเต็มหน้าจอ (Admin แก้ไขได้ทุกช่อง ดูรายละเอียดในหัวข้อ 4.5)

ตาราง Issues Log สำหรับ Admin

ตาราง Issues Log — Admin เห็นคอลัมน์ Actions (ลบ) เพิ่มจาก Role อื่น

การลบ Issue Log (Admin เท่านั้น)

กดปุ่มถังขยะสีแดงท้ายแถว ระบบจะถามยืนยัน 2 ครั้งติดกัน ก่อนลบจริง เพื่อป้องกันการลบผิดพลาด:

คำเตือน: การลบ Issue Log เป็นการลบถาวร ไม่สามารถกู้คืนได้ — ระบบจะลบข้อมูลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไปด้วย ได้แก่ ประวัติการสนทนา (Activity), ไฟล์แนบทั้งหมดที่อัปโหลดไว้ (ทั้งใน Description และ Solution), และ Reaction ต่างๆ

4.2 Master Setup — จัดการข้อมูลหลักของระบบ

เลือกตารางข้อมูลหลักที่ต้องการจัดการจาก dropdown "Master Table" ด้านบน มีทั้งหมด 8 ตาราง:

ตารางใช้สำหรับ
Customer Masterข้อมูลลูกค้า/บริษัทที่เป็นเจ้าของโครงการ
Project Masterข้อมูลโครงการ ผูกกับ Customer Master
Project Control by Phaseกำหนด Phase ที่เปิดใช้งานของแต่ละโครงการ และงบ Manday
User Profileสร้าง/แก้ไขผู้ใช้งาน กำหนด Role (Admin / Project Team / Customer)
Issue Phaseรายการ Phase ที่เลือกได้ตอนแจ้ง Issue (เช่น DEV, SIT, UAT, PROD, CR)
Problem Typeประเภทปัญหา (Data, Performance, Bug, Security, Question ฯลฯ)
Severity Levelระดับความรุนแรง (Low, Medium, High, Critical)
Issue Statusสถานะของ Issue ทั้งหมดในระบบ

ทุกตารางมีรูปแบบการใช้งานเหมือนกัน: ฟอร์มเพิ่มรายการใหม่ทางซ้าย และตารางรายการที่มีอยู่แล้วทางขวา พร้อมปุ่มแก้ไข (ดินสอ) และลบ (ถังขยะ) ท้ายแถว

หน้าจอ Master Setup - Customer Master

ตัวอย่างหน้าจอ Master Setup ในมุมมอง Customer Master

ตัวอย่าง: สร้าง User ใหม่

เลือก Master Table เป็น "User Profile" กรอก Full Name, User Email, เลือก Platform Role Type (Admin / Project Team / Customer) และตั้ง Initial Password แล้วกด Add User ระบบจะสร้างบัญชี Login จริงให้ทันที (ผู้ใช้จะต้องลงทะเบียน MFA เองในการ Login ครั้งแรก ตามขั้นตอนในหัวข้อที่ 1)

ฟอร์มสร้าง User ใหม่ และตาราง User Records

ฟอร์มสร้าง User ใหม่ (ซ้าย) และตาราง User Records ที่มีอยู่ในระบบ (ขวา) — ปุ่มด้านขวาสุดของแต่ละแถวคือ แก้ไข / Reset Password / จัดการ MFA / ปลดล็อก / ลบ

4.3 Project Security — กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงโครงการ

หน้าจอนี้ใช้ควบคุมว่า User คนไหนมีสิทธิ์เข้าถึง (เห็น Issue ของ) โครงการใดบ้าง — เป็นกลไกความปลอดภัยหลักของระบบ ไม่ว่าจะเป็น Role อะไรก็ตาม ถ้าไม่มี Project Access ก็จะไม่เห็นข้อมูลของโครงการนั้นเลย แม้แต่ Admin เองก็ต้องถูกกำหนดสิทธิ์ทีละโครงการเช่นกัน (ไม่ได้เห็นทุกโครงการโดยอัตโนมัติ)

ขั้นตอน — เลือก User จากรายการทางซ้าย (มีช่องค้นหาชื่อ/Role/Email ด้านบน) → ทางขวาจะแสดงรายการโครงการทั้งหมดพร้อมสวิตช์เปิด/ปิด → เปิดสวิตช์โครงการที่ต้องการให้สิทธิ์ → กด Save Security Settings
หน้าจอ Project Security

เลือก User ทางซ้าย แล้วเปิด/ปิดสิทธิ์เข้าถึงแต่ละโครงการทางขวา

4.4 User Tracking Dashboard — ติดตามการใช้งานของผู้ใช้แต่ละคน

ตารางสรุปสถิติการใช้งานรายบุคคล ใช้ติดตามว่าใคร Login เข้าระบบล่าสุดเมื่อไหร่ และมีภาระงานค้างอยู่เท่าไหร่:

คอลัมน์ความหมาย
Last Loginเวลา Login (Sign In) ล่าสุดของ User นั้น — แสดง "Never" ถ้ายังไม่เคย Login เลย
Total Raised By / Total Assigneeจำนวน Issue ทั้งหมด (ทุกสถานะ) ที่ User นั้นเป็นผู้แจ้ง / เป็นผู้รับผิดชอบ
Active Tasks Raised By / Assigneeจำนวน Issue ที่ยังต้องดำเนินการอยู่ ณ ตอนนี้ (ตรงกับที่เห็นใน Personal Dashboard ของ User นั้น)
Overdue Active Tasksในจำนวน Active Tasks ข้างต้น มีกี่รายการที่เลย Target Date แล้ว (แสดงตัวเลขสีแดงถ้ามากกว่า 0)

กดหัวคอลัมน์เพื่อเรียงลำดับ หรือกด Export CSV / Export Excel เพื่อดึงรายงานออกไปใช้ต่อ

User Tracking Dashboard

ตัวอย่างตาราง User Tracking Dashboard (แสดงเฉพาะ user ตัวอย่างในภาพนี้)

4.5 แก้ไข Issue ในฐานะ Admin (สิทธิ์พิเศษของ Admin)

เมื่อเปิดหน้า Edit Issue ด้วย Role Admin ท่านสามารถแก้ไขข้อมูลของ Issue ได้ ทุกช่อง ไม่ว่าจะเป็นผู้แจ้ง (Raised By) หรือผู้รับผิดชอบ (Assignee) ของ Issue นั้นหรือไม่ ช่องที่แก้ไขได้จะเป็นสีขาว ส่วนช่องสีเทาคือช่องที่แก้ไขไม่ได้

หน้าจอ Edit Issue ของ Admin แก้ไขได้ทุกช่อง

หน้าจอ Edit Issue เมื่อเปิดด้วย Admin — ช่องสีขาวแก้ไขได้ (รวมถึง Raised By และ Assignee)

ช่องAdmin ทำอะไรได้
Problem Type, Severity Level, Module, Issue Description, Detailed Replication Steps, Reference Issue, Description Attachmentsแก้ไขได้ทุกสถานะ (ที่ยังไม่ปิด)
Raised Byเลือกเปลี่ยนผู้แจ้งได้ จาก dropdown รายชื่อผู้ใช้ที่มีสิทธิ์เข้าถึงโครงการนั้น (รวม Customer) — สิทธิ์ของผู้แจ้ง เช่น ปิดงานเมื่อ Resolved และอีเมลแจ้งเตือนสถานะ จะย้ายไปที่ผู้แจ้งคนใหม่ และระบบบันทึก System Log ให้
Assigneeเปลี่ยนผู้รับผิดชอบเป็น Admin หรือ Project Team ที่มีสิทธิ์ในโครงการนั้น
Target Resolution Date, Manday Usage, Action Plan, Solution / Fix Notes, Solution Attachmentsแก้ไขได้ (Manday Usage ต้องมีการตั้งงบ Manday ของโครงการ/Phase นั้นไว้ใน Project Control by Phase ก่อน)
Issue Statusเลือกได้ทุกสถานะ ไม่ต้องไล่ตามลำดับขั้น — แต่ถ้าเลือกสถานะอื่นที่ไม่ใช่ New/Cancelled ต้องมี Assignee ก่อน
Project Master, Issue Phase, Created Date, Closed Dateแก้ไขไม่ได้ (Issue ID อ้างอิงโครงการ/Phase, Created Date และ Closed Date ระบบกำหนดเอง)
Reopen: หากเปลี่ยนสถานะของ Issue ที่เคยปิดแล้ว (Closed/Cancelled) กลับเป็นสถานะอื่น ระบบจะล้างค่า Closed Date ให้อัตโนมัติ

Issue ที่เป็น Closed / Cancelled — ต้องกด Unlock ก่อนแก้ไข

Issue ที่มีสถานะ Closed หรือ Cancelled จะเป็นโหมดดูอย่างเดียวสำหรับทุกคนตามปกติ (ช่องทั้งหมดเป็นสีเทา และไม่มีปุ่ม Save) Admin จะเห็นแถบแจ้งเตือนพร้อมปุ่ม Unlock to edit:

Issue ที่ Closed แสดงปุ่ม Unlock to edit

Issue สถานะ Closed — ทุกช่องเป็นสีเทา และมีปุ่ม Unlock to edit ที่ด้านบนของฟอร์ม

ขั้นตอน — กด Unlock to edit → ระบบถามยืนยัน → กด OK → ฟอร์มปลดล็อกและปุ่ม Save Changes กลับมา แก้ไขข้อมูล (เช่น เปลี่ยน Status เพื่อ Reopen) แล้วกด Save Changes
หลังกด Unlock แก้ไข Issue ได้

หลังกด Unlock — แถบแจ้งว่า Admin ได้ปลดล็อกแล้ว และช่องต่างๆ แก้ไขได้ (สีขาว)

ประวัติการเปลี่ยนแปลง (System Log)

การเปลี่ยนแปลงสำคัญของ Admin ถูกบันทึกเป็น System Log ในแผง Activity ของ Issue โดยอัตโนมัติ ได้แก่ การ Unlock, การเปลี่ยน Raised By, การเปลี่ยน Status และการเปลี่ยน Assignee (ลบ System Log ไม่ได้)

System Log ใน Activity ของการ Unlock และเปลี่ยน Raised By

แผง Activity — แถวบนสุดคือ System Log ของการ Unlock, ถัดลงมาคือการเปลี่ยน Raised By และ Status

4. คู่มือสำหรับ Role: Project Team

Project Team คือทีมงานผู้รับผิดชอบแก้ไข Issue มองเห็นเมนู: Project Dashboard, Personal Dashboard, Issues Log

เมนูของ Project Team

เมนู (Menu) ด้านซ้ายที่ Project Team มองเห็น

4.1 Personal Dashboard — งานของฉัน

หน้าแรกที่ควรเช็คทุกวัน สรุปภาระงานที่เกี่ยวข้องกับตนเองโดยตรง:

Personal Dashboard สำหรับ Project Team

Personal Dashboard หลังจากรับงานมา 1 รายการ — สังเกตการ์ด My Active Tasks และตาราง Backlog

4.2 รับงาน (Self-Assign) จาก Issues Log

Issue ที่ยังไม่มี Assignee (แสดงคำว่า "Unassigned" ในคอลัมน์ Assignee) — Project Team ทุกคนที่มีสิทธิ์เข้าถึงโครงการนั้นสามารถเปิดเข้าไปแล้วกำหนดตัวเองเป็น Assignee ได้ทันที โดยไม่ต้องรอ Admin มอบหมายให้

ตาราง Issues Log

ตาราง Issues Log ของ Project Team — ไม่มีคอลัมน์ Actions/ลบ เหมือน Admin

ขั้นตอน — เปิด Issue ที่ Assignee ว่างอยู่ → เลือกชื่อตัวเองในช่อง Assignee (ระบบจะเสนอให้เลือกได้เฉพาะชื่อตัวเอง ไม่สามารถมอบหมายให้คนอื่นในขั้นตอนนี้) → กด Save Changes
หน้าจอ Edit Issue ก่อนกำหนด Assignee

ก่อนรับงาน — ช่อง Assignee ยังว่างเปล่า

หลังกำหนด Assignee เป็นตัวเองแล้ว

หลังกด Save Changes แล้ว — Issue ถูกกำหนดเป็นของตนเอง พร้อมบันทึกลง Activity Log อัตโนมัติ

4.3 พูดคุย/อัปเดตความคืบหน้าผ่าน Activity

ทุก Issue มีแผง Activity อยู่ทางขวาของหน้าจอ Edit Issue ใช้สำหรับพิมพ์ข้อความอัปเดตความคืบหน้า พูดคุยกับผู้แจ้งหรือทีมงานคนอื่น, ตอบกลับ (Reply) ข้อความใดข้อความหนึ่งโดยเฉพาะ, ใส่ Reaction (อิโมจิ), และแนบไฟล์ประกอบการพูดคุยได้ — ทุกการเปลี่ยน Status และ Assignee จะถูกบันทึกเป็น System Log ต่อท้ายอัตโนมัติ ทำให้เห็นประวัติทั้งหมดของ Issue ในที่เดียว

แผง Activity พร้อมข้อความและ System Log

แผง Activity — ข้อความที่พิมพ์เอง (บนสุด) ตามด้วย System Log อัตโนมัติของการเปลี่ยน Assignee

4.4 ลำดับขั้นของ Issue Status

Status ของ Issue เปลี่ยนได้ตามลำดับที่กำหนดไว้เท่านั้น หน้าจอจะเสนอให้เลือกเฉพาะ Status ถัดไปที่อนุญาต ตามตารางนี้:

New→In Progress(ผู้ทำ: Assignee)
In Progress→Pending Product / Pending Customer / Resolved(ผู้ทำ: Assignee)
Pending Product→Resolved(ผู้ทำ: Assignee)
Pending Customer→Customer Updated(ผู้ทำ: Raised By)
Customer Updated→In Progress(ผู้ทำ: Assignee)
Resolved→Not Pass / Closed(ผู้ทำ: Raised By)
Not Pass→Resolved(ผู้ทำ: Assignee)
Closed / Cancelled — สถานะสุดท้าย ไม่สามารถเปลี่ยนต่อได้อีก
ไม่ว่า Status ปัจจุบันจะเป็นอะไร (ยกเว้น Closed/Cancelled) ผู้ที่เป็น Raised By สามารถกด Cancel เปลี่ยนเป็น Cancelled ได้เสมอ เพื่อยกเลิก Issue ที่ไม่ต้องการติดตามต่อ

4.5 แนบไฟล์ผลการแก้ไข (Solution Attachments)

เมื่อเป็น Assignee ของ Issue จะสามารถกรอกช่อง Action Plan, Solution / Fix Notes, Target Resolution Date, Manday Usage และแนบไฟล์ผลการแก้ไข (Solution Attachments) ได้ — ไฟล์ที่รองรับ: รูปภาพ, PDF, Word, Excel, Text/CSV ขนาดไม่เกิน 5MB ต่อไฟล์ สูงสุด 100 ไฟล์ต่อ Issue

4. คู่มือสำหรับ Role: Customer

Customer คือผู้ใช้งานฝั่งลูกค้าที่แจ้งปัญหาเข้ามา มองเห็นเมนู: Project Dashboard, Personal Dashboard, Issues Log

เมนูของ Customer

เมนู (Menu) ด้านซ้ายที่ Customer มองเห็น

4.1 Personal Dashboard

แสดงภาพรวม Issue ที่ท่านแจ้งไว้ (Raised By) โดยเฉพาะรายการที่อยู่ในสถานะ Pending Customer (ทีมงานขอข้อมูลเพิ่มเติมจากท่าน) และ Resolved (ทีมงานแก้ไขเสร็จแล้ว รอท่านตรวจสอบ) — สองสถานะนี้คือสิ่งที่ต้องการ Action จากฝั่งท่าน

Personal Dashboard สำหรับ Customer

Personal Dashboard ของ Customer — My Active Tasks จะว่างถ้ายังไม่มี Issue ใดรอการตรวจสอบจากท่าน

4.2 แจ้งปัญหาใหม่ (Log New Issue)

กดปุ่ม Log Issue จากหน้า Issues Log แล้วกรอกรายละเอียดให้ครบทุกช่องที่มี * กำกับ:

ช่องคำอธิบาย
Project Master *เลือกโครงการที่พบปัญหา
Issue Phase *Phase ของโครงการ ณ ตอนที่พบปัญหา (ระบบจะเลือก Phase ปัจจุบันของโครงการให้อัตโนมัติ แต่เปลี่ยนได้)
Problem Type *ประเภทปัญหา เช่น Bug, Data, Performance, Question
Severity Level *ความรุนแรง Low / Medium / High / Critical
Moduleชื่อโมดูล/ฟังก์ชันที่เกี่ยวข้อง (ถ้ามี)
Issue Description *หัวข้อสรุปปัญหาแบบสั้น
Detailed Replication Steps *อธิบายขั้นตอนการเจอปัญหาโดยละเอียด (ทำอะไร คาดหวังผลอะไร ได้ผลจริงเป็นอะไร)
ฟอร์มแจ้งปัญหาใหม่

ฟอร์มแจ้งปัญหาใหม่ที่กรอกครบแล้ว พร้อมกด Submit

หลังแจ้งปัญหาสำเร็จ ระบบจะส่งอีเมลแจ้งเตือนไปยัง Admin ทุกคนที่มีสิทธิ์เข้าถึงโครงการนั้นโดยอัตโนมัติ พร้อมลิงก์ตรงไปยังรายการ Issue ที่ยังไม่มี Assignee ของโครงการ/Phase นั้น เพื่อให้ Admin เข้ามากำหนดผู้รับผิดชอบต่อไปโดยเร็ว

สามารถแนบไฟล์ประกอบ (Description Attachments) ได้ตั้งแต่ตอนแจ้งปัญหา เช่น ภาพหน้าจอ Error — รองรับไฟล์รูปภาพ, PDF, Word, Excel, Text/CSV สูงสุด 5MB ต่อไฟล์ ไม่เกิน 100 ไฟล์

4.3 ติดตามสถานะ Issue ของตนเอง

ดูรายการ Issue ทั้งหมดที่เคยแจ้งไว้ พร้อมสถานะปัจจุบันได้ที่หน้า Issues Log — ท่านจะเห็นเฉพาะ Issue ของโครงการที่ท่านมีสิทธิ์เข้าถึงเท่านั้น

ตาราง Issues Log สำหรับ Customer

ตาราง Issues Log ของ Customer

4.4 ตรวจสอบและปิดงาน เมื่อทีมงานแก้ไขเสร็จแล้ว (Resolved)

เมื่อ Issue ถูกเปลี่ยนสถานะเป็น Resolved โดยทีมงาน ท่านในฐานะผู้แจ้ง (Raised By) จะเป็นผู้ตรวจสอบผลการแก้ไข (ดูรายละเอียดได้ในช่อง Solution / Fix Notes และแผง Activity) แล้วเลือกดำเนินการต่อ:

ตรวจสอบ Issue ที่ Resolved แล้ว พร้อมประวัติการพูดคุย

หน้าจอตรวจสอบ Issue สถานะ Resolved — เห็นข้อความอัปเดตจากทีมงานในแผง Activity ทางขวา ก่อนตัดสินใจเลือก Closed หรือ Not Pass

4.5 กรณีทีมงานขอข้อมูลเพิ่มเติม (Pending Customer)

ถ้า Issue ถูกเปลี่ยนเป็นสถานะ Pending Customer หมายความว่าทีมงานต้องการข้อมูลเพิ่มเติมจากท่านก่อนดำเนินการต่อ — ให้ตอบกลับผ่านแผง Activity แล้วเปลี่ยนสถานะเป็น Customer Updated เพื่อแจ้งทีมงานว่าท่านให้ข้อมูลเพิ่มเติมแล้ว ทีมงานจะกลับมาดำเนินการต่อ (สถานะจะเปลี่ยนเป็น In Progress อีกครั้ง)